ไร่ออร์แกนิกของอรักษ

ยินดีต้อนรับสู่อรักษ ไร่ชาของเราตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาอันเขียวชอุ่มของเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่รวบรวมชาหลากหลายสายพันธุ์ ทั้ง Camellia assamica, Camellia taliensis และ Camellia sinensis สายพันธุ์จีนดั้งเดิม

นอกจากชาแล้ว ภายในไร่ยังมีพืชพรรณนานาชนิด ทั้งตะไคร้ ขิง เปปเปอร์มินต์ ดอกอัญชัน รวมถึงผลไม้เมืองร้อนอย่างอะโวคาโดและกล้วย ความหลากหลายเหล่านี้ช่วยสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด และเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างเอกลักษณ์ให้กับไร่ของเรา

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 พื้นที่ไร่ชาทั้งหมดของอรักษได้รับการรับรองมาตรฐาน USDA Organic และ EU Organic โดย CERES GmbH การดูแลไร่ชาในวิถีเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง จำเป็นต้องมองทุกส่วนของไร่เป็นระบบที่เชื่อมโยงกัน และทำงานไปพร้อมกับธรรมชาติ แนวทางต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของวิธีที่เราใช้ดูแลระบบนิเวศให้สมบูรณ์ ผลิตชาที่มีคุณภาพ และรักษาความยั่งยืนของไร่ในระยะยาว

  • สุขภาพของดิน

    ดินที่อุดมสมบูรณ์คือรากฐานสำคัญของชาออร์แกนิกคุณภาพดี ที่อรักษ เราดูแลและบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ รักษาค่า pH ให้สมดุล จัดการระบบระบายน้ำ และอาศัยร่มเงาจากธรรมชาติเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเติบโตของต้นชา การดูแลระบบนิเวศตั้งแต่ผืนดินใต้ต้นชา ช่วยให้ต้นชาเติบโตแข็งแรง มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และทำให้ไร่แห่งนี้คงความอุดมสมบูรณ์ต่อไปในระยะยาว เพื่อส่งต่อสู่คนรุ่นต่อไป

  • แนวกันชนธรรมชาติ

    เพื่อปกป้องพื้นที่ไร่ชาออร์แกนิกจากสิ่งปนเปื้อนภายนอก อรักษได้จัดทำแนวกันชนตามแนวเขตของไร่ โดยปลูกต้นไม้และพืชหลากหลายชนิดให้เป็นแนวป้องกันตามธรรมชาติ ช่วยกรองอากาศและน้ำ รวมถึงลดความเสี่ยงจากสารเคมีที่อาจฟุ้งกระจายมาจากพื้นที่เกษตรข้างเคียง แนวพื้นที่สีเขียวเหล่านี้ยังเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด และช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่อีกด้วย

  • การจัดการศัตรูพืช

    แทนการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช อรักษเลือกดูแลไร่โดยอาศัยความสมดุลของธรรมชาติ เราปลูกไม้ดอก ไม้ผล และพืชหลากหลายชนิด เพื่อดึงดูดนกและสัตว์ที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติของแมลงให้เข้ามาช่วยควบคุมแมลงในไร่ แนวทางนี้ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ดูแลไร่ชาให้มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ และสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน

Araksa's Organic Boutique Tea Factory

โรงงานชาออร์แกนิกขนาดเล็กของอรักษ
โรงงานชาของอรักษใช้เครื่องจักรผลิตชาแบบออร์โธดอกซ์ (Orthodox Tea) จากอินเดียและไต้หวัน โดยเครื่องจักรแต่ละชิ้นผ่านการคัดเลือกมาให้เหมาะกับกระบวนการผลิตชาและช่วยดึงเอกลักษณ์ของชาแต่ละชนิดออกมาได้อย่างเต็มที่

ดังที่ Raju Subba ผู้จัดการไร่ชาของเราได้กล่าวไว้ว่า “การทำชาคือศิลปะ” ด้วยองค์ความรู้ที่สั่งสมมาหลายทศวรรษและประสบการณ์ที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างยาวนาน ชาทุกชนิดจึงได้รับการผลิตอย่างพิถีพิถัน เพื่อถ่ายทอดคุณลักษณะเฉพาะของชาแต่ละแบบ ตั้งแต่ชาขาวที่ละเอียดอ่อน ชาเขียวที่สดชื่น ชาดำรสเข้ม ไปจนถึงชาจากพืชพรรณที่ปราศจากคาเฟอีนตามธรรมชาติ ทุกถ้วยสะท้อนถึงความตั้งใจของเราในเรื่องคุณภาพและการทำชาอย่างแท้จริง

มาตรฐาน GMP Codex และการรับรองออร์แกนิก

โรงงานผลิตชาของอรักษได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP Codex โดย SGS ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 และได้รับการรับรองมาตรฐาน USDA Organic และ EU Organic โดย CERES GmbH ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561

เราให้ความสำคัญกับสุขอนามัย ความปลอดภัยด้านอาหาร และคุณภาพในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อให้ชาทุกชนิดคงคุณภาพและความบริสุทธิ์ ชาแต่ละล็อตผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด ทั้งการวิเคราะห์ความชื้น การตรวจหาสิ่งแปลกปลอม และการชิมโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานที่สม่ำเสมอในชาทุกถ้วย

ความรับผิดชอบต่อสังคมของอรักษ

ทุกสิ่งเริ่มต้นจากผู้คน เราเชื่อว่าผู้คนคือรากฐานสำคัญของชุมชนที่ยั่งยืน อรักษจึงให้ความสำคัญกับการสร้างงานให้กับคนในท้องถิ่น พร้อมเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ เพื่อเติบโตและสร้างสิ่งที่มีคุณค่าไปด้วยกัน
ทีมงานของเราประกอบด้วยผู้คนจากหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งอาข่า ม้ง ลีซู และคนในท้องถิ่น

สนับสนุนผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น

อรักษให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน ควบคู่ไปกับการสืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของไทย ข้าวแต๋นน้ำอ้อยที่เสิร์ฟใน Tea House ของเรา ทำด้วยมือโดยคนในชุมชน จากข้าวที่ปลูกในนาของชาวบ้านเอง

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นในท้องถิ่น ไม่เพียงช่วยสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาภูมิปัญญาและฝีมือที่สืบทอดกันมา ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของภาคเหนือไว้ให้คงอยู่

การสร้างงานในชุมชน

อรักษให้ความสำคัญกับการสร้างงานและอาชีพที่มั่นคงให้กับคนในชุมชน เพราะในพื้นที่ชนบท โอกาสในการทำงานที่มีอยู่อย่างจำกัดอาจทำให้หลายคนต้องจากบ้านและครอบครัวไปหางานในพื้นที่อื่น การสร้างงานในท้องถิ่นและเปิดโอกาสให้คนได้พัฒนาทักษะ จึงช่วยให้ครอบครัวได้อยู่ใกล้กัน พร้อมกับรักษาความรู้และทักษะที่มีคุณค่าไว้ในชุมชน

เราเชื่อว่าคนในชุมชนคือกำลังสำคัญของธุรกิจที่ยั่งยืน เมื่อคนที่อยู่เบื้องหลังชาของเราเติบโตได้ ชุมชนและเศรษฐกิจในท้องถิ่นก็เติบโตไปพร้อมกันด้วย