ไร่ชาอรักษตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาอันเขียวชอุ่มของบ้านช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โอบล้อมด้วยผืนป่า ดินที่อุดมสมบูรณ์ และอากาศเย็นสบายจากภูเขา ซึ่งเอื้อต่อการปลูกชาออร์แกนิกคุณภาพดี
ชื่อ “อรักษ” มาจากคำในภาษาสันสกฤตที่มีความหมายว่า “การรักษา” และความหมายนี้ได้กลายเป็นแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังทุกสิ่งที่เราทำ ตั้งแต่การดูแลผืนดิน บำรุงต้นชาให้เติบโตอย่างสมบูรณ์ ไปจนถึงการสืบสานมรดกการปลูกชาของไทย การรักษาจึงเป็นหัวใจสำคัญของอรักษเสมอมา
บนพื้นที่กว่า 280 ไร่ ที่ระดับความสูง 520 เมตรจากระดับน้ำทะเล อรักษเป็นหนึ่งในไร่ชาเก่าแก่ของประเทศไทย หลังจากพื้นที่แห่งนี้ถูกปล่อยไว้ตามธรรมชาตินานกว่า 15 ปี ผืนดินจึงได้ฟื้นตัวตามธรรมชาติ และต้นชาเติบโตโดยปราศจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยสังเคราะห์ เรื่องราวของผืนดินแห่งนี้จึงกลายเป็นรากฐานที่เหมาะสมสำหรับการปลูกชาในวิถีเกษตรอินทรีย์
ในปี พ.ศ. 2557 ไร่ชาแห่งนี้ได้เริ่มต้นบทใหม่ภายใต้การดูแลของผู้บริหารชุดใหม่ ด้วยการฟื้นฟูทั้งผืนดินและภูมิปัญญาการทำชาอย่างใส่ใจ ปัจจุบัน อรักษเป็นไร่ชาแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน USDA Organic และ EU Organic ครอบคลุมทั้งพื้นที่เพาะปลูกและโรงงานผลิตชา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการรักษาคุณภาพ ความยั่งยืน และสืบสานมรดกการปลูกชาของไทยให้คงอยู่ต่อไป
การรับรองมาตรฐาน
2018–2026
ได้รับการรับรองมาตรฐาน USDA Organic และ EU Organic
สำหรับไร่ชาและกระบวนการผลิต โดย Ceres-GmbH
2019–2026
ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP Codex
ไร่ชาอรักษ
ไร่ชาอรักษยินดีต้อนรับทุกท่านให้มาใช้เวลาและสัมผัสความงดงามของไร่ชาออร์แกนิกท่ามกลางธรรมชาติ
ที่ Tea House เลือกจิบชาหลากหลายชนิดพร้อมชมทิวทัศน์ของไร่ชา เพลิดเพลินกับขนมโฮมเมดที่รังสรรค์มาให้เข้ากันกับชาแต่ละชนิด สำหรับมื้อกลางวัน เราเสิร์ฟอาหารไทยรสชาติคุ้นเคย ปรุงอย่างเรียบง่ายจากวัตถุดิบออร์แกนิกและวัตถุดิบจากท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังมีทัวร์ไร่ชาทุกวัน ที่จะพาคุณไปรู้จักเส้นทางของชาตั้งแต่ใบชาจนถึงชาหนึ่งถ้วย รวมถึงเวิร์กช็อปที่จะพาไปรู้จักชาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านรสชาติ กลิ่น และกระบวนการทำชา
ผู้อยู่เบื้องหลังอรักษ
Raju Subba ผู้จัดการฝ่ายไร่ชาและการผลิต
ผมทำงานกับชามานานกว่า 25 ปี จุดเริ่มต้นอยู่ที่ไร่ชาท่ามกลางสายหมอกของดาร์จีลิง ประเทศอินเดีย ที่นั่นผมใช้เวลากว่า 16 ปี เรียนรู้ตั้งแต่การปลูกชา การดูแลและบริหารจัดการไร่ ไปจนถึงกรรมวิธีการผลิตชาคุณภาพ
ในปี พ.ศ. 2559 ผมได้มาร่วมงานกับไร่ชาอรักษที่เชียงใหม่ และนำประสบการณ์ที่มีมาปรับใช้กับการทำเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน ปัจจุบัน ผมดูแลทั้งการปลูกชา การผลิตชา และการพัฒนาสวนพืชพรรณของอรักษ เพราะผมเชื่อว่าชาที่ดีต้องเริ่มต้นจากผืนดินและระบบนิเวศที่สมบูรณ์
การทำงานใกล้ชิดกับธรรมชาติทำให้ผมเห็นว่า แต่ละฤดูกาลมีสิ่งใหม่ให้เราเรียนรู้อยู่เสมอ เมื่อเราดูแลความหลากหลายทางชีวภาพและทำงานไปตามจังหวะของธรรมชาติ ชาและพืชพรรณที่ได้ก็จะสะท้อนเอกลักษณ์ของสวนแห่งนี้ออกมา ขณะเดียวกัน เราก็สามารถรักษาทั้งคุณภาพของชา ดูแลสิ่งแวดล้อม และส่งต่อผืนดินที่สมบูรณ์ให้กับคนรุ่นต่อไปได้
บันทึกจากผู้ก่อตั้ง
ชาเข้ามาในชีวิตของฉันค่อนข้างช้า แต่ผืนดินแห่งนี้กลับกลายเป็นครู ที่ค่อยๆ ทำให้ฉันได้เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น ตั้งแต่กลิ่นของดินหลังฝนตก ไปจนถึงกลิ่นหอมที่เปลี่ยนไปในแต่ละฤดูกาล
ความผูกพันกับธรรมชาติทำให้ฉันได้สร้างสรรค์ชาขึ้นใหม่ 20 ชนิด นอกเหนือจากชาคลาสสิกที่หลายคนคุ้นเคย ยังมีชาสูตรใหม่ที่อยู่ในความคิดของฉันมานานหลายปี แต่ละสูตรค่อยๆ เกิดขึ้นจากรส กลิ่น และสัมผัสที่ได้พบและเรียนรู้จากไร่แห่งนี้
สิ่งที่ไร่สอนฉันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้นำไปสู่บทใหม่ของอรักษ ชุดชานี้จึงเป็นเหมือนการรวบรวมสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากไร่ แล้วถ่ายทอดออกมาผ่านการผสมผสานชาและพืชพรรณอย่างตั้งใจ
ไร่ชาของเราอาจไม่เหมือนภาพของไร่ชาที่หลายคนคุ้นเคย เราดูแลต้นชาไปพร้อมกับปล่อยให้ธรรมชาติรอบตัวเติบโตในแบบของมัน รักษาแนวเรือนยอดของผืนป่าและพื้นที่ร่มเงา ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างรสชาติและเก็บรักษากลิ่นหอมของชา ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ให้ผีเสื้อ ผึ้ง และแมลงปอได้เข้ามาอาศัย และเติมชีวิตให้กับไร่ของเรา
บทใหม่ของอรักษ
ชาพืชพรรณจากไร่
ตลอดระยะเวลา 7 ปี เราศึกษาและพัฒนาจนได้พืชพรรณ 7 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดสามารถนำมาชงดื่มได้ด้วยตัวเอง และทั้งหมดปลูกอยู่ภายในไร่ของเรา เราใช้เวลาเกือบทศวรรษในการค้นหาพืชที่มีทั้งรสชาติ ความงดงาม และคุณประโยชน์ที่ลงตัว
จึงอยากให้ลองมองสิ่งเหล่านี้มากกว่าพืชที่นำมาชงดื่ม แต่เปรียบเสมือนน้ำหอมจากธรรมชาติที่ได้รับการรังสรรค์อย่างประณีต เปิดโอกาสให้คุณได้สัมผัสกลิ่นและเรื่องราวส่วนหนึ่งจากไร่ของเราในทุกถ้วย
ชาซิกเนเจอร์และชาจากพืชพรรณนานาชนิด
ต่อยอดจาก Joy Tea ชาที่หลายคนชื่นชอบ ซึ่งผสานชากับกลิ่นหอมของดอกจำปา วันนี้ฉันยินดีที่จะแนะนำ Kismet ชาสูตรใหม่ที่นำมะกรูดจากไร่ของเรามาผสมกับชาดำคุณภาพดี มีกลิ่นหอมละมุนของดอกส้มและซิตรัส ให้ความรู้สึกราวกับกำลังถือช่อดอกส้มสดไว้ในมือ
ชาสูตรผสมจากไร่
เราเลือกนำพืชพรรณที่ปลูกในไร่มาผสมผสานกับชาหลากหลายประเภท ตั้งแต่กุหลาบ ดอกบัว ดอกดาหลา และดอกหอมหมื่นลี้ ไปจนถึงดอกกาแฟที่พบได้ไม่บ่อยนัก ชาหลายสูตรเชื่อมโยงกับความเปลี่ยนแปลงของไร่ในแต่ละฤดูกาล และตั้งใจถ่ายทอดความรู้สึกของช่วงเวลาต่างๆ ผ่านรสและกลิ่น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นของผืนดินหลังฝนตก หรือความสงบเย็นใต้ร่มเงาของต้นไม้ที่กำลังผลิดอก
รสชาติเข้มข้นและอบอุ่น
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติที่ลุ่มลึกและเข้มข้น เรานำความหอมอบอุ่นของโกโก้มาผสมกับชาดำ ทั้งชาเอิร์ลเกรย์และชาไทยสูตรเฉพาะของอรักษ ให้รสชาติเข้มข้น นุ่มนวล ชวนให้นึกถึงความละมุนของช็อกโกแลตชั้นดีในชาหนึ่งถ้วย
เบื้องหลังการสร้างสรรค์ครั้งนี้คือความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสส่วนหนึ่งของไร่อรักษ เราจึงสร้างสรรค์ทั้งชาและชาจากพืชพรรณนานาชนิดที่เป็นออร์แกนิก โดยคำนึงถึงสุขภาพและคุณประโยชน์จากธรรมชาติ เป็นชุดชาที่ตั้งใจมอบทั้งความรื่นรมย์จากรสและกลิ่น พร้อมสิ่งดีๆ จากธรรมชาติให้กับร่างกาย
ฉันหวังว่าชาและพืชพรรณเหล่านี้ จะทำให้คุณได้สัมผัสบางส่วนของสิ่งที่ไร่แห่งนี้ได้มอบให้กับฉัน
ชนัญญา ภัทรประสิทธิ์
ผู้ก่อตั้ง

